เบาะแข่งกีฬารถยนต์ จุดเริ่มต้นของฟีลขับโค้งที่มั่นใจและปลอดภัย

Browse By

เบาะแข่งกีฬารถยนต์ คืออุปกรณ์ที่หลายคนมองเป็น “ของแต่งหล่อในห้องโดยสาร” แต่สำหรับสายมอเตอร์สปอร์ตจริงๆ แล้วมันคือหัวใจสำคัญที่เชื่อมระหว่างร่างกายของเราเข้ากับตัวรถทั้งคัน ถ้า เบาะแข่งกีฬารถยนต์ เลือกได้เหมาะ ฟิตพอดีตัว และติดตั้งถูกหลัก ทุกการเข้าโค้ง เบรกหนัก หรือโดนแรง G สูงๆ จะเปลี่ยนจากความวุ่นวายให้กลายเป็นความมั่นใจทันที

ในยุคที่โลกมอเตอร์สปอร์ตเปิดกว้างขึ้น คนดูแข่งรถก็ชอบดูบอล ดูกีฬาอื่นคู่กันไปด้วย บางคนก็เพิ่มความสนุกด้วยการลุ้นผลเล็กๆ น้อยๆ ผ่านแพลตฟอร์มที่ตัวเองศึกษามาดีอยู่แล้ว เช่นระหว่างนั่งส่องรีวิวเบาะแข่งก็อาจแวะไปดูโปรฯ ของ
ยูฟ่าเบท ไว้เป็นอีกทางเลือกด้านความบันเทิงยามเชียร์เกมใหญ่ แต่พอถึงเวลาที่เราจะ “จับพวงมาลัยเอง” ลงแทร็กจริง สิ่งที่สำคัญกว่าแรงม้าและเสียงท่อ ก็คือการจัดท่าทางนั่งให้ถูก ฟิตกับเบาะ และให้เบาะช่วยดูแลเราในวันที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามแผน

บทความนี้เราเลยอยากชวนมาคุยเรื่องเบาะแข่งแบบละเอียดแต่ไม่เครียด ตั้งแต่โครงสร้างข้างใน ประเภทของเบาะ วิธีเลือก ฟิตติ้ง การติดตั้ง การดูแล ไปจนถึงเช็กลิสต์และ FAQ สำหรับคนที่กำลังเล็ง “เบาะแข่งตัวแรก” ของตัวเองอยู่


ทำไมเบาะเดิมถึงไม่พอ เมื่อคิดจะเล่นกีฬารถยนต์จริงจัง

เบาะเดิมจากโรงงานถูกออกแบบมาให้ “นั่งสบายได้หลายชั่วโมง” เหมาะกับการใช้ชีวิตบนถนน เช่น ขับไปทำงาน พาครอบครัวไปเที่ยว รองรับรูปร่างคนได้กว้างๆ แต่พอเข้ามาโลกสนาม สิ่งที่เราต้องการเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

สิ่งที่เบาะเดิมมักทำไม่ได้ในสนามคือ

  • การล็อกตัวเวลาเข้าโค้งแรงๆ
    แรง G จะดึงตัวเราไปด้านข้าง ทำให้ต้องเอาแขนและไหล่มาช่วยยัน ซึ่งแปลว่าแรงจับพวงมาลัยและสมาธิหายไปบางส่วน
  • ตำแหน่งนั่งที่ “คุยกับรถ” ไม่ได้เต็มที่
    เบาะเดิมมักสูง นิ่ม และออกแบบให้เอนสบาย ทำให้ฟีลลิ่งจากช่วงล่าง/ล้อถูกกรองออกไปเยอะ
  • รองรับเข็มขัดเรซซิ่งได้ไม่ดี
    ถ้าอยากใช้เข็มขัดนิรภัยกีฬารถยนต์แบบ 4–6 จุด เบาะเดิมส่วนมากไม่มีช่องและโครงสร้างรองรับ

ในทางกลับกัน เบาะแข่งกีฬารถยนต์ถูกออกแบบมาเพื่อให้เรา “กลายเป็นส่วนหนึ่งของรถ” มากที่สุด จะโยกซ้าย โยกขวา เบรกหนัก ข้ามเคิร์บ ตัวเราจะยังถูกล็อกแน่นอยู่กับเบาะ ให้สมองเอาพลังไปโฟกัสที่ไลน์และจังหวะขับเต็มๆ


โครงสร้างพื้นฐานของเบาะแข่ง – ไม่ใช่แค่เก้าอี้แข็งๆ ตัวหนึ่ง

ลองแกะเบาะแข่งหนึ่งตัวออกมาดู (ในจินตนาการก่อนนะ ไม่ต้องรื้อของจริง 😆) จะเจอองค์ประกอบหลักๆ แบบนี้

ส่วนประกอบหน้าที่หลักรายละเอียดน่าสนใจ
โครงเบาะ (Shell/Frame)รับน้ำหนักตัวและแรง G ทั้งหมดมักทำจากไฟเบอร์กลาส, คอมโพสิต หรือคาร์บอน
ฟองน้ำ (Padding)รองรับสรีระ ลดแรงกดทับรูปทรงโอบตัว ช่วยล็อกไหล่ หลัง สะโพก
ผ้าหุ้มเบาะ (Cover)สัมผัสกับร่างกาย ระบายเหงื่อ เพิ่มความทนทานผ้า, อัลคันทารา, หนังเทียม ฯลฯ
ปีกข้าง (Side Bolsters)โอบต้นขาและตัวไม่ให้ไหลไปด้านข้างยิ่งสูงยิ่งล็อกแน่น แต่ขึ้นลงรถยากขึ้นด้วย
ช่องเข็มขัด (Harness Slots)ทางผ่านสำหรับสายไหล่/สายเอว/สายเป้าช่วยจัดมุมเข็มขัดให้ปลอดภัยและถูกตำแหน่ง
จุดยึดเบาะ (Side/Bottom Mount)ใช้สำหรับติดตั้งลงรางเบาะ/พื้นรถมีทั้งแบบยึดด้านข้าง (side mount) และด้านล่าง (bottom mount)

ทุกชิ้นถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกัน เช่น ปีกข้างใหญ่ช่วยล็อกตัว แต่ต้องจับคู่กับฟองน้ำที่ไม่แข็งเกินไป และจุดยึดที่แข็งแรง เพื่อให้เรารู้สึก “แน่นแต่ไม่ทรมาน”


ประเภทของเบาะแข่งกีฬารถยนต์ ที่เห็นบ่อยในสนาม

เบาะแข่งไม่ได้มีแบบเดียวแบบที่เราเห็นในเกม มีหลายสไตล์ที่ตอบโจทย์การใช้งานต่างกัน

เบาะบักเก็ตเต็มใบ (Full Bucket Seat)

  • โครงแข็งชิ้นเดียว ไม่เอนได้
  • ล็อกตัวดีมาก โดยเฉพาะช่วงไหล่และสะโพก
  • น้ำหนักเบากว่าเบาะเอนได้ส่วนใหญ่

เหมาะกับรถที่เน้นลงสนามจริงจัง Track Car, Time Attack, ดริฟต์ หรือรถแข่งเต็มตัว ใครได้ลองแล้วเข้ากับสรีระตัวเอง จะรู้สึกเลยว่ารถ “นิ่งขึ้น” ทั้งๆ ที่ไม่ได้แตะช่วงล่าง

เบาะสปอร์ตเอนได้ (Reclining Sport Seat)

  • มีโครงและปีกข้างที่ดีกว่าเบาะเดิมจากโรงงาน
  • เอนได้ ปรับเอนหลังได้ ใช้ในชีวิตประจำวันสะดวกกว่า
  • ล็อกตัวได้ดีขึ้น แต่ไม่เท่า full bucket

เหมาะกับคนที่ต้องใช้รถคันเดียวกันทั้ง “ไปทำงาน–ไปสนาม” ต้องการบาลานซ์ระหว่างความสบายและความสปอร์ต

เบาะเฉพาะทางอื่นๆ

  • เบาะสำหรับรถฟอร์มูล่า/รถโปรโตไทป์ ที่ท่านั่งแปลกกว่ารถบ้าน
  • เบาะแบบแยกชิ้น (custom molded) ที่หล่อฟองน้ำตามตัวคนขับโดยเฉพาะ

สำหรับเราๆ ที่เล่นในระดับสมัครเล่น–จริงจัง เบาะ full bucket กับเบาะสปอร์ตเอนได้ คือสองทางเลือกที่เจอบ่อยสุด


วัสดุโครงเบาะและผ้าหุ้ม – เรื่องเล็กที่มีผลกับทั้งฟีลและงบ

วัสดุที่ใช้ทำโครงและผ้าหุ้มเบาะส่งผลทั้งต่อ น้ำหนัก, ความแข็งแรง, ฟีลการนั่ง และ ราคา

วัสดุโครงเบาะ

  • ไฟเบอร์กลาส (Fiberglass)
    • เจอบ่อยสุดในเบาะแข่งเกรดกลาง
    • แข็งแรง ใช้งานได้จริง น้ำหนักพอเหมาะ
    • ราคาจับต้องได้
  • คอมโพสิต/คาร์บอนผสม (Composite)
    • เบากว่าไฟเบอร์บางรุ่น แข็งแรง
    • ราคาเริ่มสูงขึ้น
  • คาร์บอนไฟเบอร์เต็มใบ (Full Carbon)
    • เบาสุด หล่อสุด (และแพงสุด 😅)
    • เหมาะกับสายจริงจังมากๆ หรือเน้นลดน้ำหนักสุดทาง

ผ้าหุ้มเบาะ

  • ผ้า (Fabric)
    • ระบายอากาศดี นั่งแล้วไม่ลื่น
    • เหมาะกับอากาศร้อนอย่างบ้านเรา
  • อัลคันทารา/หนังกลับ
    • เกาะตัวดี สัมผัสพรีเมียม
    • ต้องดูแลหน่อย ไม่โดนน้ำหรือคราบมันเยอะ
  • หนังเทียม/หนังแท้
    • ดูหรู ทำความสะอาดง่าย
    • ลื่นกว่าผ้า และอาจร้อนถ้าจอดตากแดด

การเลือกวัสดุควรคิดทั้งเรื่อง “เราใช้งานแบบไหนบ่อยสุด” มากกว่าดูแค่ภาพในอินเทอร์เน็ต


ท่านั่งและฟิตติ้ง: เบาะแข่งที่ดีต้องเข้ากับ “ตัวเรา” ไม่ใช่แค่เข้ากับรถ

เบาะแข่งกีฬารถยนต์จะดีหรือไม่ดี วัดกันที่ “ตอนนั่งแล้วรู้สึกยังไง” มากกว่าดูสเปกบนกระดาษ

จุดที่ควรสังเกตเวลาไปลองนั่งจริงๆ คือ

  • ไหล่และหลัง
    • ปีกไหล่ควรโอบไหล่เราแบบพอดี ไม่บีบจนปวด ไม่กว้างจนรู้สึก “ไหล่ลอย”
  • สะโพกและต้นขา
    • ส่วนรองสะโพกต้องไม่แคบจนกระดูกเชิงกรานโดนบีบ
    • ปีกต้นขาช่วยล็อกได้ดี แต่ยังขยับเปลี่ยนท่าได้บ้าง
  • ความสูงของเบาะ
    • เมื่อนั่งแล้ว ศีรษะควรอยู่ในตำแหน่งที่มองถนน–มองแทร็กได้ชัด
    • ถ้านั่งเตี้ยไป จะมองไลน์ยาก ถ้าสูงไปจะติดเพดาน–หมวก
  • ระยะขาและข้อเข่า
    • ต้องเหยียบคันเร่ง/เบรก/คลัตช์สุดได้โดยเข่าไม่ตึงเกิน
    • เข่าไม่ควรชิดพวงมาลัยเกินไป

หลายคนเจอปัญหา “ซื้อออนไลน์แล้วนั่งไม่พอดีตัว” เพราะมองแต่ตัวเลขไซซ์ ถ้าเป็นไปได้ การได้ลองนั่งจริงบนเบาะโชว์ก่อนจะช่วยลดโอกาสเสียเงินผิดตัวได้เยอะมาก


การจับคู่เบาะแข่งกับเข็มขัดเรซซิ่ง

ถ้าเราคิดจะใช้เข็มขัดนิรภัยกีฬารถยนต์แบบ 4–6 จุด เบาะแข่งที่เลือกต้องรองรับสิ่งนี้ด้วย

  • ต้องมี “ช่องเข็มขัดไหล่” ที่ตำแหน่งใกล้ระดับไหล่เรา
  • ต้องมีช่องสำหรับสายเอวที่ไม่สูงเกินไปจนเข็มขัดพาดผ่านหน้าท้อง
  • ถ้าเป็นระบบ 5 หรือ 6 จุด ต้องมีช่องหรือพื้นที่ให้สายเป้าผ่านได้ในมุมที่ถูกต้อง

เบาะแข่งกีฬารถยนต์บางรุ่นออกแบบมาสำหรับใช้กับเข็มขัด 3 จุด (ของเดิม) เป็นหลัก แม้จะใส่เข็มขัดเรซซิ่งเข้าไปแบบ DIY ได้ แต่จะไม่ปลอดภัยเท่าการใช้เบาะที่ออกแบบมาให้อ่านข้อความกับเข็มขัดเรซซิ่งโดยตรง


ใช้เบาะแข่งในชีวิตประจำวันดีไหม?

คำตอบคือ “ได้ แต่อยู่ที่แบบและนิสัยการใช้รถของเรา”

ข้อดี ของใช้เบาะแข่งบนถนนปกติคือ

  • นั่งแล้วรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถมากขึ้น
  • เข้าโค้งทางด่วนเร็วๆ แล้วตัวไม่ไหลไปมา
  • ภายในรถดูสปอร์ตขึ้นแบบเห็นชัด

ข้อเสีย ที่ต้องทำใจก่อนคือ

  • ขึ้น–ลงรถยากขึ้น โดยเฉพาะเบาะปีกสูง
  • ถ้านั่งนานๆ บนถนนติดหนักๆ คนที่ไม่ชินอาจรู้สึกเมื่อย
  • ถ้าเลือกเบาะฟิตกับตัวเกินไป เพื่อนตัวใหญ่ๆ อาจนั่งแล้วไม่สบายใจ 😆

สำหรับคนที่ใช้รถคันเดียวทั้ง “ไปทำงาน–ไปสนาม” เบาะสปอร์ตเอนได้คุณภาพดีอาจเป็นคำตอบที่บาลานซ์มากกว่า full bucket เต็มใบ


เบาะแข่งกับภาพรวมความปลอดภัยทั้งคัน

เบาะแข่งกีฬารถยนต์ไม่ได้ช่วยแค่ไม่ให้เรากลิ้งไปมากลางโค้ง แต่ยังเกี่ยวข้องกับ “ระบบเซฟตี้ทั้งคัน” เช่น

  • ทำงานร่วมกับเข็มขัดเรซซิ่ง
    ถ้าเบาะล็อกตัวดี เข็มขัดก็ทำงานง่ายขึ้น และสามารถดึงให้แน่นแบบไม่ทรมาน
  • ทำงานร่วมกับโรลเคจ
    ในรถที่มีโรลเคจ เบาะควรมีตำแหน่งที่ศีรษะเราไม่เข้าใกล้ท่อโรลเคจเกินไปเวลามีแรงกระแทก
  • ท่านั่งที่ถูกต้องลดความเสี่ยงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
    ถ้าท่านั่งถูก การกระจายแรงจากเข็มขัดและเบาะไปยังโครงกระดูกจะดีกว่า

พูดง่ายๆ คือ เบาะแข่งกีฬารถยนต์คือ “ฐาน” ของระบบนิรภัยทั้งชุด ถ้าฐานดี ทุกอย่างที่ยึดกับมันก็จะทำงานมีประสิทธิภาพขึ้นไปเอง

ระหว่างศึกษาพวกนี้ หลายคนก็ชอบพักสมองด้วยการไปดูข่าวกีฬา เช็กฟอร์มทีม หรือแม้แต่ลุ้นผลเล็กๆ ผ่านแพลตฟอร์มแนว สมัคร UFABET แต่เหมือนในสนามนั่นแหละ เราต้องรู้เสมอว่าขีดจำกัดตัวเองอยู่ตรงไหน จะเล่น จะลุ้น หรือจะขับ ต้องมีกรอบความปลอดภัยของตัวเองไว้ก่อนทุกครั้ง


การดูแลเบาะแข่งกีฬารถยนต์ให้ใช้งานได้ยาว

เบาะแข่งดีๆ ถ้าดูแลไม่ดี ก็พังเร็ว ฟองน้ำยุบ ผ้าหลวม ฟีลล็อกตัวหายหมด

ทริกการดูแลง่ายๆ แต่ควรทำสม่ำเสมอ เช่น

  • หลีกเลี่ยงแดดจัดตรงๆ นานๆ
    แดดทำให้ผ้าและโฟมเสื่อมเร็ว ถ้าจอดกลางแจ้งบ่อย ใช้กันแดดหรือผ้าคลุมช่วยได้
  • ดูดฝุ่น–เช็ดคราบเป็นประจำ
    ฝุ่นและเหงื่อทำให้ผ้าหมองและกลิ่นสะสม ใช้เครื่องดูดฝุ่นหัวเล็กๆ ดูดตะเข็บและซอกต่างๆ เป็นระยะ
  • จัดการกับคราบน้ำ/กาแฟทันทีที่หก
    ใช้ผ้าแห้งซับก่อน แล้วค่อยเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ หลีกเลี่ยงน้ำยาแรงๆ
  • เช็กสภาพโครงและจุดยึด
    ถ้ามีเสียงลั่น กรอบแกรบ หรือรู้สึกเบาะโยกผิดปกติ ควรให้ช่างตรวจเช็กจุดยึดและรางเบาะ
  • รักษาน้ำหนักตัวเองบ้างนิดนึง (แซวเบาๆ 😄)
    เพราะเบาะส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้รับน้ำหนักช่วงหนึ่ง ถ้าหนักเกินสเปกฟองน้ำจะยุบเร็ว

เช็กลิสต์สั้นๆ ก่อนตัดสินใจซื้อเบาะแข่งตัวแรก

ก่อนโอนจอง ลองถามตัวเองตามนี้

  • ใช้รถทำอะไรบ่อยสุด? ขับถนน 80% สนาม 20% หรือกลับกัน?
  • ต้องการ full bucket หรือสปอร์ตเอนได้?
  • รูปร่างเรา (สูง/เตี้ย/ผอม/ใหญ่) เข้าไซซ์ของเบาะรุ่นนี้หรือไม่? ได้ลองนั่งจริงหรือยัง?
  • วัสดุและผ้าหุ้มเหมาะกับอากาศและสไตล์ชีวิตเราไหม? (เหงื่อเยอะ, ใส่ชุดทำงาน, ใส่ชุดแข่ง ฯลฯ)
  • เบาะรองรับเข็มขัดเรซซิ่งที่อยากใช้ในอนาคตหรือเปล่า?
  • งบที่ลงไปกับเบาะ ยังเหลือให้ดูแลของสำคัญอย่างเบรก–ยาง–น้ำมันเบรกไหม?

ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ได้ชัด การเลือกเบาะแข่งกีฬารถยนต์จะไม่ใช่แค่ดูรูปสวยแล้วซื้อ แต่จะกลายเป็นการลงทุนที่มีเหตุผลทั้งด้านฟีลลิ่งและความปลอดภัย


FAQ – คำถามที่เจอบ่อยเกี่ยวกับเบาะแข่งกีฬารถยนต์

เบาะแข่งจำเป็นแค่ไหนสำหรับคนที่ไป Track Day ปีละไม่กี่ครั้ง?
ไม่ถึงกับ “จำเป็นตายตัว” แต่ “โคตรช่วย” เลยก็ว่าได้ เพราะแค่ตัวเราไม่ไหลไปมาระหว่างเข้าโค้ง สมองก็ว่างขึ้นเยอะ เอาไปโฟกัสกับไลน์และจุดเบรกแทน ยิ่งถ้ามีแพลนเล่นยาว เบาะแข่งคือของที่คุ้มค่าชิ้นหนึ่งแน่นอน


ซื้อเบาะแข่งตัวเดียว แต่ใช้เข็มขัดเดิมรถพอไหม?
ใช้ได้ในแง่ของ “ล็อกตัวดีขึ้น” จากปีกและฟองน้ำของเบาะ แต่ด้านความปลอดภัยสูงสุด เข็มขัดเรซซิ่ง 4–6 จุดจะทำงานกับเบาะแข่งได้เต็มประสิทธิภาพกว่าหลายเท่า


เบาะแข่งทำให้ปวดหลังไหม ถ้านั่งนานๆ?
ถ้าเลือกเบาะที่ฟิตกับสรีระจริงๆ หลายคนกลับปวดหลังน้อยลง เพราะหลังถูกพยุงอย่างถูกท่า แต่ถ้าเลือกเบาะที่แคบไป ก้อนไป หรือมุมเอนไม่เข้ากับเรา ก็มีโอกาสเมื่อยได้เหมือนกัน การลองนั่งก่อนคือคำตอบที่ดีที่สุด


เลือก full bucket หรือสปอร์ตเไหนดี ถ้าต้องใช้รถคันเดียวกันทุกวัน?
ถ้าใช้รถทุกวัน ขับในเมืองเยอะ รถติดบ่อย และมีขึ้นลงรถหลายรอบต่อวัน เบาะสปอร์ตเอนได้คือทางเลือกที่บาลานซ์กว่า แต่ถ้ารถคันนั้นแทบจะใช้ลงสนามเป็นหลัก ขับถนนนิดหน่อย Full bucket คือคำตอบที่จริงจังกว่า


ใส่เบาะแข่งแล้วต้องแจ้งประกันหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบริษัทประกันและกฎหมายในแต่ละพื้นที่ บางที่ถือว่าเป็นการดัดแปลงสภาพ ควรเช็กกับบริษัทประกันและข้อกฎหมายให้ชัดเจนก่อนจะลงมือเปลี่ยน เพื่อไม่ให้มีปัญหาตอนเคลมภายหลัง


เบาะแข่งถูกๆ กับแพงๆ ต่างกันยังไง?
ต่างกันทั้งวัสดุ ความเนียนของฟองน้ำ ฟิตติ้ง รายละเอียดเล็กๆ อย่างตะเข็บ ช่องเข็มขัด และน้ำหนัก เบาะถูกบางตัวอาจดูเหมือนกัน แต่เวลานั่งจริงๆ ฟีลจะบอกเราเองว่าตัวไหนใส่แล้วอยากนั่งนานๆ ตัวไหนใส่แล้วนับเวลารอจะลุกออก 😂


เบาะแข่งกีฬารถยนต์ – ฐานที่มั่นของทั้งฟีลลิ่งและความปลอดภัยบนแทร็ก

เมื่อเราลงลึกในโลกมอเตอร์สปอร์ตมากขึ้น เราจะเริ่มค้นพบว่า “ความไว” อย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมาพร้อม “ความมั่นใจและความปลอดภัย” ด้วย และหนึ่งในชิ้นส่วนที่เงียบที่สุดแต่ทรงพลังที่สุดในห้องโดยสาร ก็คือ เบาะแข่งกีฬารถยนต์ นี่แหละ

เบาะแข่งที่ดี ทำให้เราไม่ต้องใช้แรงเหนี่ยวตัวเองกับพวงมาลัย ไม่ต้องกังวลว่าตัวจะไหลตอนเข้าโค้งแรงๆ ร่างกายถูกกอดไว้แน่นกับตัวรถ เหลือสมองไว้คิดเรื่องเดียวคือ “จะเข้าโค้งต่อไปยังไงให้ดีที่สุด” เหมือนกับเวลาที่เราใช้ความรู้เรื่องกีฬาไปเพิ่มสีสันให้ชีวิตผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างมีสติ ถ้าตั้งลิมิตตัวเองไว้ชัด ศึกษาข้อมูลก่อนลงมือ เช่นก่อนจะสนุกกับ ทางเข้า UFABET ล่าสุด เราก็อ่านเงื่อนไขและรู้ขอบเขตตัวเองให้ดี ทุกอย่างก็จะกลายเป็นความมันที่อยู่ในกรอบที่ปลอดภัยสำหรับเรา

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มมองหาเบาะแข่งตัวแรก หรือกำลังจะอัปเกรดจากรุ่นเริ่มต้นไปสู่รุ่นที่จริงจังกว่า การใส่ใจเลือก เบาะแข่งกีฬารถยนต์ คือการบอกกับตัวเองเบาๆ ว่า “เราไม่ได้รักแค่ความเร็ว แต่เรารักตัวเองพอที่จะอยากกลับบ้านไปเล่าเรื่องความเร็วให้คนที่เรารักฟังทุกครั้ง”

และเชื่อเถอะว่า ในวันที่คุณนั่งแนบไปกับเบาะ เข้าโค้งยาวได้อย่างมั่นใจ ไม่มีตัวไหล ไม่มีแขนล้า ลงพิทแล้วถอดหมวกออกมาด้วยรอยยิ้ม คุณจะรู้เลยว่า การลงทุนกับเก้าอี้แข็งๆ ตัวนี้… คือหนึ่งในการตัดสินใจที่อบอุ่นหัวใจที่สุดของเส้นทางสายมอเตอร์สปอร์ตของคุณเลย 💚🏁